บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างมาสด้าและฟอร์ด จัดพิธีเฉลิมฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ30 ปี ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งของผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมทักษะแรงงานไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลโดยพิธีเฉลิมฉลองการครบรอบในครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer และ มร. ฮิโรชิ ชิบะ General Manager, ASEAN Business Office พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี, เอเอที และพนักงาน เข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่นณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง
มร. โทรุ นากาจิม่า, Managing Executive Officer กล่าวว่า “โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที เป็นหนึ่งในโรงงานหลักที่ผลิตและส่งออกรถยนต์มาสด้านอกประเทศญี่ปุ่นโดยได้ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และฟอร์ด มอเตอร์คัมปะนี เอเอทีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นโรงงานผลิตยานยนต์แบบครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นกว่า500ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เอเอทีไม่เพียงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐานและยกกระดับคุณภาพในการผลิตรถยนต์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและสร้างสรรค์สังคมมาอย่างต่อเนื่อง”


โรงงานเอเอทีแห่งนี้เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัย มีทีมวิศวกรที่มีฝีมือและทักษะในการผลิตที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานในระดับสากล ได้ทำการผลิตทั้งรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมและรถครอสโอเวอร์เอสยูวีของมาสด้าประกอบด้วย Mazda2, Mazda3, MazdaCX-3 และ Mazda CX-30 เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและส่งกลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นจึงถือว่าเอเอทีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในระดับโลก ขณะที่ฟอร์ดมอเตอร์ คัมปะนี ชูเอเอทีเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและทำการผลิตรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ พร้อมทั้งรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อขายในประเทศและส่งไปจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้มาสด้า และ ฟอร์ด ยังได้มีการลงทุนที่เอเอทีอย่างต่อเนื่อง สร้างงานให้กับพนักงานกว่า 5,400 คน และยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล มีการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 67% และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบชิ้นส่วนในประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรมความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ยืนยันด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมมากกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเอทีในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก
“การฉลองครบรอบ 30 ปีของเอเอทีเป็นการยกย่องพนักงานทุกคนที่ยึดมั่นใน ‘ฝีมือและทักษะในการผลิต’เราภูมิใจที่คนไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล’ มร. ซิลวิโอ อิลลีประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัล ลายแอนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าว ‘เราขอขอบคุณซัพพลายเออร์และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ร่วมสร้างความสำเร็จนี้มาด้วยกันเอเอทีจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตโดยลงทุนต่อเนื่องในการยกระดับบุคลากรให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง”







FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z1271952081898.webp)



