หม้อน้ำแห้ง คนขับรถหลายๆ คนคงเคยเจออาการนี้มากันบ้างแล้ว บางคนคงรู้แค่ว่าหม้อน้ำต้องมีน้ำบรรจุอยู่ตลอด และไม่ควรปล่อยให้แห้ง แต่หม้อน้ำรถยนต์คืออะไร มีหน้าที่สำคัญอะไร ระดับน้ำที่ควรมีอยู่ในหม้อน้ำควรมีเท่าไร เติมน้ำหม้อน้ำอย่างไร ควรใช้น้ำอะไรเติมหม้อน้ำ และควรเติมเมื่อไรดี เราจะมาอธิบายให้ฟังกันแบบง่ายๆ กัน
หม้อน้ำรถยนต์คืออะไร หม้อน้ำคือส่วนประกอบที่สำคัญชิ้นหนึ่งในระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ โดยอาศัยน้ำยาหล่อเย็นและพัดลมหม้อน้ำทำหน้าที่ดึงเอาอากาศจากด้านหน้าของหม้อน้ำ ผ่านครีบรังผึ้งหรือครีบระบายความร้อน และผ่านออกไปด้านหลัง เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำยาหล่อเย็นและหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์อีกครั้งหนึ่ง โดยหม้อน้ำรถยนต์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบด้วยกัน คือ
- หม้อน้ำอะลูมิเนียม เป็นหม้อน้ำที่ทำมาจากอะลูมิเนียมทั้งชิ้น มีคุณสมบัติในการระบายความร้อนได้ดี มีความทนทาน แต่มีราคาที่ค่อนข้างสูง และไม่มีขายทั่วไป ทั้งยังไม่สามารถซ่อมแซมได้ หากเกิดชำรุดขึ้นมาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนยกชุด
- หม้อน้ำอะลูมิเนียมฝาพลาสติก เป็นหม้อน้ำแบบที่นิยมใช้กันในรถยนต์ยุคปัจจุบัน โดยในส่วนของแผงครีบรังผึ้งระบายความร้อนทำมาจากอะลูมิเนียม แต่ในส่วนของฝาด้านบนและด้านล่างเป็นพลาสติก มีคุณสมบัติเหมือนกับหม้อน้ำแบบอะลูมิเนียมทั้งชิ้น แต่มีน้ำหนักที่น้อยกว่าและมีราคาต่ำที่สุดในหม้อน้ำทั้ง 3 ชนิด
- หม้อน้ำทองแดง เป็นหม้อน้ำแบบที่นิยมมากในรถยนต์รุ่นเก่า โดยแบ่งย่อยได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือแบบที่ผลิตจากทองเหลืองผสมทองแดง ซึ่งจะระบายความร้อนได้ดีระดับหนึ่ง แต่จะมีความร้อนสะสมในตัว และอีกชนิดคือแบบที่ผลิตจากทองแดงทั้งหมด สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าเช่นกัน ทั้งยังต้องสั่งทำเป็นพิเศษ หม้อน้ำแบบทองแดงนั้นมีความแข็งแรงทนทาน และหากชำรุดก็ยังสามารถซ่อมแซมได้ แต่ก็มีราคาที่สูงที่สุดในหม้อน้ำทั้ง 3 แบบ ทั้งยังมีน้ำหนักมากกว่าหม้อน้ำแบบอะลูมิเนียมและหาซื้อได้ยากด้วย
ไม่ว่าจะใช้หม้อน้ำประเภทไหน ก็อย่าลืมว่าเราต้องหมั่นตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำกันให้ดีด้วย ซึ่งน้ำที่ใช้เติมในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำนั้น แนะนำให้ใช้น้ำยาหล่อเย็นเนื่องจากน้ำยาหล่อเย็นมีส่วนประกอบหลักจากสารหล่อเย็นประเภทเอทานอลซึ่งมีจุดเดือดสูงกว่าน้ำเปล่าธรรมดาถึง 2 เท่า ทำให้ทนความร้อนจากเครื่องยนต์ได้ดีกว่า ทั้งยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น สารป้องกันสนิม สารป้องกันตะกรัน ตะกอน ที่ช่วยบำรุงรักษาหม้อน้ำให้ใช้งานได้นานขึ้น เป็นต้น
แต่ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทางที่จำเป็นต้องเติมน้ำเปล่าในหม้อน้ำเนื่องจากไม่สามารถหาน้ำยาหล่อเย็นได้ ก็สามารถทำได้ โดยต้องเป็นน้ำเปล่าที่สะอาด เช่น น้ำดื่มหรือน้ำกลั่น และควรเติมเพียงชั่วคราวเท่านั้น
ส่วนวิธีในการเช็กระดับหม้อน้ำนั้น มีข้อสำคัญที่ควรจำใหญ่ๆ 3 ข้อ ด้วยกัน
- ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องยนต์กำลังทำงาน หรือตอนที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ เรื่องนี้เป็นข้อควรระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากการทำงานของระบบระบายความร้อนนั้นใช้ของเหลวเป็นตัวนำความร้อน อุณหภูมิของน้ำในหม้อน้ำจึงมักจะอยู่ในอุณหภูมิที่สูงเมื่อเครื่องยนต์ทำงานหรือเครื่องยังร้อนอยู่ หากเปิดฝาในเวลาดังกล่าวอาจทำให้เกิดการลวกร่างกายได้ ทั้งจากฝาและไอน้ำที่ออกมาจากหม้อน้ำ
- ระดับน้ำในหม้อน้ำต้องไม่ขาด การเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำนั้น เมื่อเปิดฝาหม้อน้ำออกมาแล้วให้สังเกตปริมาณระดับน้ำภายในนั้นว่าจะต้องเต็ม หากปริมาณน้ำขาดหรือพร่องลงไปให้เติมน้ำยาหล่อเย็นให้เต็ม และควรสังเกตสีของน้ำยาหล่อเย็นของเดิมภายในหม้อน้ำด้วย หากพบว่าน้ำยาหล่อเย็นมีสีเป็นสีสนิมก็ควรเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นทั้งระบบ
- ระดับน้ำในหม้อพักน้ำต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยสังเกตได้จากตัวหม้อพักน้ำที่จะมีสัญลักษณ์บอกระดับน้ำ Low (Min) และ Full (Max) อยู่ หากพบว่าระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตำแหน่ง Low (Min) ให้เติมน้ำยาเข้าไปเพิ่มให้สูงกว่าระดับ Low (Min) แต่ไม่เกิน Full (Max) เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดอาการ Overheat เมื่อมีระดับน้ำต่ำเกินไป หรือน้ำล้นออกมาตอนที่เครื่องยนต์ทำงานและเกิดแรงดันจากความร้อนเมื่อระดับน้ำสูงเกินไป ทั้งนี้ ควรหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง