ท่ามกลางกระแสความนิยมของรถ PPV / SUV ขนาดใหญ่ หากพูดถึงชื่อ Ford Everest Platinum ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นความพรีเมียมระดับเรือธง ความหรูหราสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น และความทรงพลังแบบพรีเมียมตัวจริง แต่ในวันนี้ การมาถึงของ Ford Everest Platinum 2.0L Turbo 4x4 ได้เปลี่ยนโจทย์เดิมๆ ให้กลายเป็นบททดสอบใหม่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม วินาทีแรกที่ผมก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะคนขับและกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือ “ความสงบและความแน่น” ตัวรถให้ความรู้สึกใหญ่โต ทัศนวิสัยมองลงมาเห็นพื้นถนนได้อย่างชัดเจนราวกับผู้คุมเกม จุดเด่นที่สุดของรถคันนี้คือความเงียบของห้องโดยสาร ออปชันที่ล้นคัน และการปรับเซ็ตช่วงล่างที่นุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่จุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างคืออัตราเร่งแซงในช่วงความเร็วกลางถึงสูงที่อาจจะไม่กระชากใจสายโหดเท่ารุ่นเครื่องยนต์วี 6 และตัวถังที่ใหญ่โตอาจจะทำให้การหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าเมืองกรุงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รถคันนี้จึงเหมาะที่สุดสำหรับพ่อบ้านหรือคุณแม่สายลุยที่ชอบความหรูหรา เดินทางไกลพร้อมครอบครัว และต้องการรถที่พึ่งพาได้ในทุกสภาพถนน ในราคา 1,779,000 บาท


ดีไซน์ภายนอกของ Ford Everest Platinum 2.0 โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์เฉพาะรุ่น กระจกมองข้างและราวหลังคาสีเงินซาติน ให้ลุคที่ดูหรูหราแต่ยังคงความดุดันตามสไตล์อเมริกันบิวท์ เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสาร สัมผัสแรกจากเบาะนั่งหนังแท้ลายควิลต์ระดับพรีเมียมคือความนุ่มกระชับ โอบรับสรีระได้ดีเยี่ยม แถมมีระบบระบายอากาศและเบาะนวดไฟฟ้าคู่หน้าช่วยลดความเมื่อยล้า พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางเหลือเฟือทั้งเบาะแถวสองและแถวสาม ในส่วนของแผงคอนโซล การจัดวางตำแหน่งปุ่มควบคุมต่างๆ ทำได้ดี มีการลดปุ่มอนาล็อกลงแล้วย้ายฟังก์ชันส่วนใหญ่ไปไว้บนหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ซึ่งหน้าจอนี้ตอบสนองไวและเมนูเข้าใจง่าย ไม่ต้องคลำหาให้เสียเวลาขณะขับขี่


ขุมพลังของคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ในการขับขี่จริง ช่วงออกตัวทำได้สมูทและว่องไวเกินตัว การควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำและเบามือในความเร็วต่ำ ทำให้ขับขี่ในเมืองได้คล่องตัว ส่วนช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงก์ ถูกเซ็ตมาให้มีความนุ่มนวลแต่ไม่ย้วย ซับแรงกระแทกจากคอสะพานและลูกระนาดได้เนียนตา เดินทางไกลความเร็วสูงยังคงนิ่งและให้ความมั่นใจได้ดีเยี่ยม

ระบบความปลอดภัยและระบบความบันเทิงจัดมาให้แบบไม่มีกั๊ก หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เชื่อมต่อกับระบบเสียงรอบทิศทางของ Bang & Olufsen 12 ลำโพง ให้เสียงที่อิ่มและแน่นสะใจคนชอบฟังเพลง ส่วนเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ (Advanced Driver Assist Systems) ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) พร้อม Stop & Go และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ทำงานได้เนียนและไม่กระชาก ช่วยลดความเหนื่อยล้าตอนรถติดหรือขับทางไกลได้ดีมาก กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาก็ให้ภาพที่คมชัด ช่วยให้การกะระยะคันเร่งและถอยจอดรถไซส์ยักษ์คันนี้กลายเป็นเรื่องง่าย


บทสรุปจากการลองขับ
Ford Everest Platinum 2.0 คันนี้ อาจจะมีค่าตัวที่ขยับขึ้นมาตามออปชันที่เพิ่มเข้ามา แต่เมื่อเทียบกับสมรรถนะช่วงล่าง ความเงียบของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ให้มา บอกได้เลยว่า "คุ้มค่าตัว" มันไม่ใช่แค่รถ PPV ทั่วไป แต่เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ให้ความรู้สึกหรูหราหรูหราใกล้เคียงกับรถ SUV ยุโรปในราคาที่จับต้องได้มากกว่า เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ









FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z1401537460611.webp)



