บริดจสโตนเปิดตัว BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรองรับรถ EV

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุด “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO” ภายในงาน Impact Speed Fest 2026 เพื่อปลดล็อกสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงสุด ตอบโจทย์ความแม่นยำในการควบคุม และมอบความมั่นใจในทุกเส้นทางสำหรับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่สไตล์สปอร์ต โดยมาพร้อมคุณสมบัติรองรับการใช้งานทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริดจสโตนที่พร้อมขับเคลื่อนพาคุณทะยานสู่โอกาสแห่งการเดินทาง

นายอากิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก บริดจสโตนมีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัว BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "Ultimate Control, Superior Performance" เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความเร้าใจ พร้อมมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

ยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO โดดเด่นด้วยสมรรถนะ 5 ประการสำคัญ ได้แก่:
เบรกมั่นใจแม้บนถนนเปียก: ผ่านการรับรองมาตรฐานการยึดเกาะบนถนนเปียกระดับสูงสุด (Wet Grip Index: A Grade) ในทุกขนาดยาง และมีระยะเบรกบนถนนเปียกสั้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 8%
เบรกแม่นยำบนถนนแห้ง: ด้วยนวัตกรรมลายดอกยางรูปทรงโบว์ลิ่งที่ช่วยลดการโก่งตัว เพิ่มพื้นที่สัมผัส ยึดเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดระยะเบรกบนถนนแห้งสั้นลงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2%
ควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกระดับความเร็ว: ออกแบบร่องยางให้กว้างขึ้น เสริมความแข็งแกร่งบริเวณหน้ายางด้วยเส้นใย Nylon และ Aramid Fiber ทำให้ควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกระดับความเร็ว
อายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น: พัฒนาให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น 15% หรือมากกว่า 60,000 กิโลเมตร
ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น: ลดค่าความต้านทานการหมุน (Rolling Resistance Coefficient - RRC) ลงสูงสุดถึง 6% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น BRIDGESTONE POTENZA SPORT

นอกจากนี้ ในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญ ยางรุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) ด้วยนวัตกรรมที่เน้นน้ำหนักเบาและลดแรงต้านทานการหมุน ช่วยให้รถยนต์ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยยังคงตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่รักความเร็วและต้องการสมรรถนะขั้นสูง





FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



