GWM (Thailand) ประกาศยกระดับแบรนด์สู่การเป็นผู้ให้บริการรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และเป็นอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายด้วยคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าอย่างโปร่งใส ล่าสุดได้เปิดตัววิสัยทัศน์ “GWM ONE” เพื่อรับมือกับการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยยึดหลัก ‘ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์’ มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาวจากผู้บริโภค

Return to the Essence : การกลับสู่แก่นแท้เพื่อความยั่งยืน
ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป GWM มองว่า “การกลับสู่แก่นแท้” (Return to the Essence) คือกุญแจสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่พื้นฐานสำคัญ ได้แก่ คุณภาพของตัวรถ ความปลอดภัย และความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ มากกว่าการเน้นฟีเจอร์ล้ำสมัยที่เกินความจำเป็น แนวคิด GWM ONE นี้ถูกขับเคลื่อนผ่าน “การกลับสู่พื้นฐานใน 3 ด้าน” (แก่นแท้ยานยนต์, ความต้องการของผู้ใช้, จุดเริ่มต้นของผู้สร้าง) ควบคู่กับ “4 รากฐานสำคัญ” คือ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ความจริงทางเทคโนโลยี รากฐานทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

GWM ONE Platform & เทคโนโลยี Hi4 อัจฉริยะ
ในมิติด้านเทคโนโลยี GWM ได้พัฒนา GWM ONE Platform ภายใต้แนวคิด “One Platform, Multi Powertrains” ที่เปิดโอกาสให้รถยนต์เพียงรุ่นเดียวสามารถรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV), พลังงานไฮโดรเจน (FCEV) และเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ด้วยนวัตกรรมการผลิตแบบ “Movable Type” ที่แยกฮาร์ดแวร์มาตรฐานและซอฟต์แวร์ฟังก์ชันออกจากกัน ทำให้ผสานเทคโนโลยี AI ในลักษณะ “ถอดได้ ปรับได้ และเติบโตต่อได้” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้มากกว่า 95% และลดต้นทุนการพัฒนา ส่งผลให้ผู้บริโภคได้ใช้รถในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
นอกจากนี้ GWM ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) ยืดหยุ่นสูง ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน โดยยืนยันที่จะไม่พัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบ Range Extender เนื่องจาก Hi4 ตอบโจทย์ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่:
Hi-4: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ผสมผสานความแรงของการขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้ากับความประหยัดของการขับเคลื่อน 2 ล้อ
Hi4-Z: สำหรับการใช้งานในเมือง รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 200 กิโลเมตร
Hi4-T: สำหรับการขับขี่ออฟโรดสมรรถนะสูง Super
Hi4: ระบบ PHEV สมรรถนะสูง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที วิ่งไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 400 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จเร็ว (DC Charge)
ทั้งนี้ GWM ยังเดินหน้าพัฒนาระบบดีเซลไฮบริดและเครื่องยนต์ V8 Hi4 สมรรถนะสูงเพิ่มเติมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในระยะยาวอีกด้วย

Global Vision, Local Action ยึดมั่นความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ
GWM เดินหน้ากลยุทธ์ “In Local for Local” โดยในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียน มีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่า 50% และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนไทยอย่างแท้จริง อาทิ GWM ORA 5 สำหรับการขับขี่ในเมือง และ GWM TANK 300 SUV สายลุยโครงสร้าง Body-on-frame ที่มีให้เลือกทั้งระบบไฮบริดและดีเซล พร้อมกันนี้ บริษัทได้ประกาศพันธกิจหลัก 3 ประการ เพื่อเน้นย้ำถึงคุณค่าของ “ความซื่อสัตย์และคุณธรรม” ได้แก่ การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพระยะยาวมากกว่าการแข่งสงครามราคา, การสื่อสารการตลาดที่ถูกต้องแม่นยำตามความเป็นจริง และการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ผลักภาระให้ซัพพลายเออร์และผู้แทนจำหน่าย

นายมู่ เฟิง (Mu Feng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GWM กล่าวเน้นย้ำว่า “อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์จะขึ้นอยู่กับระดับของความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และคุณค่าที่มอบให้ผู้บริโภคในระยะยาว แม้เส้นทางนี้อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุด แต่เป็นเส้นทางที่มั่นคงที่สุด เพราะความเชื่อมั่นไม่สามารถสร้างได้จากทางลัด แต่ต้องพิสูจน์ผ่านการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง”






FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



