Chery Group ร่วมกับ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) เฉลิมฉลองพิธีเปิดโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่(NEV) ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” ตอกย้ำการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคพร้อมประกาศแผนการดำเนินงานระยะยาว 5 ปี (2569–2573) ตั้งเป้ากำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี
ไฮไลต์สำคัญ:
กลยุทธ์ 3 แบรนด์หลัก: รุกตลาดไทยด้วย CHERY (กลุ่มครอบครัว), OMODA & JAECOO (นวัตกรรมและไลฟ์สไตล์) และ LEPAS (ความหรูหราสง่างาม)
การบริการหลังการขาย: ชูแนวคิด “Here to Care” ขยายเครือข่ายเป็น 210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมการันตีอะไหล่และช่างเทคนิคคุณภาพ 100%
การพัฒนาที่ยั่งยืน: ลงทุนพัฒนาบุคลากรด้าน xEV ร่วมกับกระทรวงแรงงานและสถาบันอาชีวศึกษา พร้อมมอบรถล็อตแรกที่ผลิตในไทยให้สภากาชาดไทยเพื่อสาธารณกุศล

นายเฉิน ชุนชิง (Mr. Chen Chunqing) รองประธานบริหาร CHERY International กล่าวว่า “ในวันนี้ผมขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลกการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับโลก” Chery Group ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา 8 แห่ง ฐานการผลิต 19 แห่งพันธมิตรซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติกว่า 300 รายและเครือข่ายการขายและบริการมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก
โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Chery กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายแรกที่มียอดส่งออกรวมสะสมทะลุ 6 ล้านคัน และมียอดส่งออกเกิน 100,000 คันต่อเดือนต่อเนื่อง 11 เดือนขณะที่เดือนมีนาคมมียอดส่งออก 148,777 คัน เติบโต 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนการขยายตัวในระดับสากลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในยุโรป Chery Group ได้ดำเนินธุรกิจมากกว่า 18 ประเทศและในตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ครอบคลุม 14 ประเทศ พร้อมสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีการดำเนินธุรกิจผ่าน 3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA &JAECOO, ตามด้วย CHERY และล่าสุดคือLEPAS สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของตลาดไทย

ด้าน นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน Chery Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สิ่งที่เราต้องการสื่อสารในประเทศไทยนั้นชัดเจนคือความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวเราไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อผลิตหรือจำหน่ายรถยนต์เท่านั้นแต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกมิติตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่ คุณภาพการบริการ การดูแลลูกค้าไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทย” แผนการดำเนินงานในประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่านพอร์ตโฟลิโอของทั้ง 3 แบรนด์ โดย CHERY จะเน้นกลุ่มครอบครัวผ่านผลิตภัณฑ์ BEV และ PHEV ขณะที่ OMODA และJAECOO จะสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมครอสโอเวอร์และไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ส่วน LEPAS จะนำเสนอแนวคิด “Elegant Mobility Life” เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการเดินทางที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการผลิต Chery Group ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการหลังการขายภายใต้แนวคิด “Here to Care” โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการเป็น210 โชว์รูมภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคให้ผ่านการรับรอง 100% และตั้งเป้าประสิทธิภาพด้านอะไหล่และบริการในระดับสูง ภายใต้แนวคิด “Here to Stay” กลุ่มบริษัทยังลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านโครงการพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรม xEV ครอบคลุมทั้งนักเรียนอาชีวศึกษานักศึกษา บุคลากรในสายงาน และคนรุ่นใหม่ในอนาคต
นอกจากนี้ Chery Group ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ AHRDA เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานด้านเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่โดยมีกำหนดลงนามความร่วมมือด้านทักษะ NEV ในเดือนพฤษภาคม 2569รวมถึงการลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีเพื่อเสริมสร้างบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทยในฐานะสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นต่อสังคมไทยรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยล็อตแรกภายใต้แบรนด์ CHERY และ OMODA & JAECOO จะถูกส่งมอบให้แก่สภากาชาดไทยสะท้อนแนวคิดที่ว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมควรเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้สังคม
การเปิดโรงงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของChery Group ในการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับโลกและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน







FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



