interview1200x800px

 

interview1200x800px

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แบรนด์ใหม่ ๆเข้ามาแข่งขันมากขึ้น เทคโนโลยียานยนต์ก็พัฒนาไปไกลตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม ไปจนถึงระบบไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกหลากหลายกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์สมรรถนะ เทคโนโลยี หรือแม้แต่รูปแบบการเป็นเจ้าของที่ยืดหยุ่นขึ้นตามยุคสมัย แต่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นชื่อของ Toyota ยังคงเป็นคำตอบแรก ๆ ของผู้บริโภคจำนวนมากและยังสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำยอดจองในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ได้อีกครั้ง ด้วยยอดจองสะสมกว่า 6,888 คัน ภาพนี้สะท้อนว่าเหตุผลที่คนเลือก Toyota ในวันนี้อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของชื่อเสียงหรือความคุ้นเคยอีกต่อไปแต่เป็นเพราะลูกค้ากำลังมองหาสิ่งที่ลึกกว่านั้น วันนี้เราจะมาพูคุยกับหัวเรือใหญ่ของโตโยต้าคุณศุภกรรัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ คุณณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อเจาะลึกทุกความสำเร็จ ว่าอะไรที่ทำให้ Toyota ยังคงครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

S894730700

Q: ภาพรวมยอดจองของ Toyota& Lexus ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้เป็นอย่างไรและรุ่นไหนที่ถือเป็นหัวหอกสำคัญ?

A: จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 Toyota ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยยอดจองสะสมรวมทั้งสิ้น 6,888 คัน โดยมีสัดส่วนยอดจองกระจายตัวครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังนี้:กลุ่ม Eco-car & SUV(Yaris Ativ, Yaris Cross, Corolla Cross): มียอดจองประมาณ 3,300 – 3,400 คันกลุ่มรถกระบะ (Hilux Travo, Hilux Revo, Hilux Champ): มียอดจองประมาณ 2,000 คันกลุ่ม PPV (Fortuner, Land Cruiser FJ): มียอดจองประมาณ 850 – 900 คันLexus: มียอดจองล่าสุด 75 คัน โดยมีรุ่น Lexus IS และรถยนต์ไฟฟ้า Lexus RZ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับ"รุ่นที่เป็นหัวหอกสำคัญ" ในงานครั้งนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 มิติคือ:ด้านยอดขายสูงสุด: ยังคงเป็น Yaris Ativ ที่ครองอันดับหนึ่งด้วยแพ็กเกจการเป็นเจ้าของที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การใช้งานในวงกว้างด้านกระแสตอบรับ: คือ Land Cruiser FJ ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดจองสะสมทั่วประเทศกว่า800 คัน (เฉพาะภายในงานกว่า 400 คัน)โดยลูกค้าจำนวนมากตัดสินใจจองทันทีแม้จะยังไม่เห็นรถคันจริงหรือทราบราคาที่แน่นอนสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและ Brand Loyalty ต่อตระกูล Land Cruiser อย่างสูงสุด

Q: จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในขณะนี้ทาง Toyota มีแผนที่จะปรับลดเป้าหมายยอดขายรวมในปีนี้ลงหรือไม่?

A: ในขณะนี้เรายังไม่มีการปรับเป้าหมายยอดขายเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนเราจำเป็นต้องติดตามและประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลกหากภาพรวมมีความชัดเจนและมีข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอเราจึงจะนำมาพิจารณาเพื่อทบทวน เป้าหมายการดำเนินงานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในตอนนั้นที่สุด

Q: อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Toyotaยังคงรักษาความเชื่อมั่นและยอดจองไว้ได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน?

A: หัวใจหลักคือ"ความเชื่อมั่นในระยะยาว" (Long-term Trust) ลูกค้าที่เลือกเรามองข้ามความผันผวนระยะสั้นไปถึงอายุการใช้งาน5-7 ปี ซึ่งเรามีทางเลือกที่ครบถ้วน (Multi-Pathway) ทั้งเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และไฮบริด (HEV)โดยในงานนี้ Yaris Ativ ยังคงเป็นรุ่นที่ทำยอดจองสูงสุดเป็นอันดับ1 เพราะเราเน้นให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายผ่าน Toyota Leasing (Thailand) ด้วยแคมเปญเริ่มต้นเพียง 2,000 กว่าบาทตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความสบายใจและไม่อยากแบกรับความเสี่ยงเรื่องค่าบำรุงรักษาในอนาคต

S894730690

Q: ลูกค้าส่วนใหญ่มีการพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงหรือต้นทุนการเป็นเจ้าของ(Total Cost of Ownership) เมื่อเทียบกับรถประเภทอื่นอย่างไรบ้าง?

A: จากข้อมูลที่เราพูดคุยกับดีลเลอร์ลูกค้าเรามองการณ์ไกล เขามองว่าเหตุการณ์ราคาน้ำมันผันผวนเป็นเรื่องชั่วคราว (Short-term)เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานรถ 5-7 ปีสิ่งที่เขามั่นใจใน Toyota คือ "ต้นทุนที่คาดการณ์ได้" ไม่ว่าจะเป็น ค่าประกันภัย: ที่เรามีโปรแกรมรองรับ(เช่น PHYD) ซึ่งเสถียรกว่าเมื่อเทียบกับรถประเภทใหม่ๆ ในตลาดราคาขายต่อ (Resale Value): ลูกค้ารู้ว่าในวันที่เขาจะเปลี่ยนรถ มูลค่าของ Toyota จะอยู่ที่ประมาณไหน ไม่ต้องไปลุ้นหน้างานความสะดวกสบาย:ลูกค้าเรากลุ่มนี้ไม่ชอบความเสี่ยง ไม่อยากไปลุ้นเรื่องจุดชาร์จหรือค่าซ่อมในอนาคตเขาจึงมองว่ารถน้ำมันหรือไฮบริดของเรายังเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดในระยะยาว

Q: สำหรับกระแสที่ร้อนแรงของ Land Cruiser FJ ยอดจองในตอนนี้เป็นอย่างไร และจะเริ่มส่งมอบได้เมื่อไหร่?

A: Land Cruiser FJ คือปรากฏการณ์ของงานครั้งนี้ยอดจองที่เราตั้งเป้าไว้ถูกทำลายสถิติไปตั้งแต่สัปดาห์แรกปัจจุบันสปีดของยอดจองถือว่าสูงมาก คาดการณ์ว่าเมื่อจบงานจะพุ่งไปแตะระดับ 700 - 800 คันความสำเร็จนี้สะท้อนว่ามีกลุ่มลูกค้าจำนวนมากที่รอคอยรถที่มีเอกลักษณ์และสมรรถนะที่ไว้ใจได้ในราคาที่สมเหตุสมผลโดยเราพร้อมจะเริ่มทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม นี้เป็นต้นไป

Q: สำหรับ Land CruiserFJ เห็นว่ามีแนวทางการทำแคมเปญที่แตกต่างออกไปจากรุ่นอื่นผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง?

A: การทำแคมเปญของ Land Cruiser FJ สนุกมาก เพราะเราศึกษาอินไซต์พบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ 70-80% ตั้งใจจะนำรถไปแต่งต่อแน่นอน โดยมีงบประมาณแต่งเพิ่ม อาจจะขึ้นไปถึงห้าหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทเราจึงออกแบบแพ็กเกจที่รวมชุดแต่งเข้าไปด้วยซึ่งปกติเวลาให้เลือกระหว่างประกันภัยกับชุดแต่ง ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกประกันแต่สำหรับ FJ มีลูกค้าเลือกแพ็กเกจชุดแต่งสูงถึง 30% ซึ่งสะท้อนว่าการออกแบบแคมเปญที่ตรงใจกลุ่ม Lifestyle เฉพาะตัวนั้นได้ผลอย่างดีเยี่ยม

S894730720

Q: สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆส่งผลกระทบต่อกลุ่มรถกระบะอย่างไร และ Toyota มีความกังวลในจุดนี้มากน้อยแค่ไหน?

A: เราแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม:กลุ่มพาณิชย์ (Commercial): ยอดขายที่ชะลอตัวมาจาก "สภาวะเศรษฐกิจ" เป็นหลักไม่ใช่ราคาน้ำมันเพราะรถคือเครื่องมือประกอบอาชีพที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตามต้นทุนอยู่แล้วกลุ่มใช้งานส่วนตัว (Lifestyle):กลุ่มนี้มองความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานและราคาขายต่อที่เสถียรเป็นหลักราคาน้ำมันที่ผันผวนจึงไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เปลี่ยนใจ

Q: ความเข้มงวดของสถาบันการเงินส่งผลกระทบต่อยอดจองของToyota หรือไม่?

A: เราได้เปรียบที่มี Toyota Leasing (Thailand) ของเราเองทำให้เราสามารถบริหารจัดการและดูแลคุณภาพยอดจองได้ยืดหยุ่นกว่าสถาบันการเงินทั่วไปตัวเลขที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งของเราคือแม้ยอดจองในงานเราจะมีสัดส่วนประมาณ 13% (ราว 6,800 คัน) จากยอดรวมทั้งงาน แต่ ยอดจดทะเบียนจริงในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลของเราสูงกว่า 40% สิ่งนี้ยืนยันว่าลูกค้าที่จอง Toyotaคือกลุ่มที่มีความพร้อมทางการเงินสูงและต้องการรถไปใช้งานจริงอัตราการเปลี่ยนยอดจองเป็นยอดขายจริงของเราจึงยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก

Q: สรุปแล้วปัจจัยเรื่องไฟแนนซ์จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายยอดขายรวมของ Toyota หรือไม่?

A: เราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแต่ด้วยศักยภาพของ Toyota Leasing และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาวทำให้เราเชื่อมั่นว่าตัวเลขยอดขายรวมของเราจะยังคงแข็งแกร่งและเดินหน้าไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แม้ในสภาวะที่ตลาดการเงินมีความเข้มงวดก็ตาม

Q: ในมุมมองของ Toyota ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของรถสันดาป (ICE) ลดลงอย่างรวดเร็วหรือไม่?

A: พลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือไฟฟ้าล้วนเป็นGlobal Asset ที่ราคาอ้างอิงกับตลาดโลกเมื่อราคาพลังงานโลกขยับ ทุกอย่างจะไปในทิศทางเดียวกันโครงสร้างตลาดจึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ แต่จะเปลี่ยนไปตาม"รูปแบบการใช้งาน" (Usage Pattern) ของลูกค้ามากกว่าหากใช้งานไม่เยอะต่อวันส่วนต่างค่าน้ำมันกับค่าไฟไม่ได้ห่างกันมากเมื่อเทียบกับค่าเทคโนโลยีที่ต้องจ่ายเพิ่มแต่ถ้าใช้งานเยอะ รถไฟฟ้าอาจตอบโจทย์ค่าน้ำมันแต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าความสึกหรอที่เดินตามระยะทางสุดท้ายลูกค้าจะเป็นผู้เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ปลายทาง (Long-term) ของตัวเองมากที่สุด

S894730710


Q: ในสภาวะที่สถานการณ์โลกในหลายภูมิภาคยังมีความไม่แน่นอนสูงToyota มีแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน(Supply Chain) อย่างไร เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิต?

A: เรามีการสื่อสารและทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาเพื่อติดตามสถานะของวัตถุดิบ และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างละเอียดหากพบว่าจุดใดมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเราจะร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดหาจากแหล่งสำรองอื่นทันทีเพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัดซึ่งจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดจนถึงปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมยังคงเป็นไปตามแผนและยังไม่พบปัจจัยที่น่ากังวลเป็นพิเศษนอกจากนี้เรายังคงเฝ้าระวังและเตรียมแผนสำรองไว้รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเพื่อความมั่นใจของลูกค้าเป็นสำคัญ

Q: ท่ามกลางการเข้ามาของแบรนด์ใหม่จำนวนมากในปีที่ผ่านมาToyota มีกลยุทธ์อย่างไรในการรักษาฐานลูกค้าและรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น?

A: ตลาดปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงสูงมีแบรนด์และโมเดลใหม่เข้ามานับสิบรุ่น แต่สำหรับ Toyota เราไม่ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามกระแสรายวันแต่เรายึดหลักการเดียวมาตลอดกว่า 60 ปี คือ "Customer Centric" หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเรามุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์ความต้องการจริงของคนที่ต้องใช้รถในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทุกอย่างยากขึ้น เราจึงทำงานร่วมกับ Toyota Leasing (Thailand) และพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบ Financial Package ที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถง่ายที่สุด เช่นแคมเปญผ่อนต่อเดือนในระดับที่ต่ำเพื่อให้คนกลุ่ม Mass เข้าถึงได้จริง

Q: ดูเหมือนว่าแคมเปญของ Toyotaจะมีความหลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การมัดใจลูกค้าใช่หรือไม่?

A: ใช่แคมเปญของเรามีรายละเอียดเยอะมาก เพราะความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกันบางคนต้องการดาวน์น้อย บางคนต้องการดอกเบี้ยต่ำ หรือบางคนเน้นชุดแต่ง เราจึงทำการ Customizeข้อเสนอให้ตรงจุดที่สุด นอกจากเรื่องการขาย เรายังให้ความสำคัญกับ Peaceof Mind ตลอดอายุการใช้งาน ตั้งแต่บริการหลังการขายที่รวดเร็วไปจนถึงการดูแลราคาขายต่อผ่าน Toyota Sure เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อลูกค้าจะเปลี่ยนรถในอนาคตรถของเขายังคงมีมูลค่าที่ดีที่สุด

Q: สถานการณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างbZ4X ในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างยอดส่งมอบเป็นไปตามที่คาดไว้ไหม?

A: ปัจจุบัน bZ4X มียอดขายสะสมอยู่ที่ประมาณ 700 กว่าคันนับตั้งแต่เริ่มส่งมอบจริงจังในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและเป็นไปตามแผนในงานครั้งนี้ยอดจองก็ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ลูกค้ากลุ่มที่เลือก Toyota EV มักจะเป็นกลุ่มที่ไตร่ตรองอย่างละเอียดและให้ความสำคัญกับความมั่นใจในระยะยาวซึ่งเราพร้อมตอบโจทย์นั้นด้วยมาตรฐานการดูแลแบบ Toyota

S894730680

Q: สรุปแล้ว อะไรคือสิ่งที่ทำให้Toyota ยังคงครองใจคนไทยไม่ว่าคู่แข่งจะเปลี่ยนไปอย่างไร?

A: คือการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลกันตลอดอายุการใช้งานไม่ใช่แค่ในวันส่งมอบรถ ลูกค้าอยากได้อะไร อยากออกรถเงื่อนไขไหนเรามีหน้าที่จัดหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้ตามโจทย์ที่เขาต้องการซึ่งการยึดมั่นในความต้องการของลูกค้าเป็นหลักคือสิ่งที่ทำให้เราเติบโตมาได้อย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้

Q: จากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความชัดเจนขึ้นและการจัดตั้งครม. ชุดใหม่ Toyota มีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง?

A: เราฝากความหวังไว้กับรัฐบาลในการประคองสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ในสภาวะปัจจุบันเราอาจไม่ได้คาดหวังความเติบโตแบบก้าวกระโดดทันทีแต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้พยุงทุกภาคส่วนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์เรายังคงเดินหน้าหารือกับภาครัฐใน 3หัวข้อหลักที่เคยผลักดันมาตลอด คือ
1.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศเพื่อรักษาฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง
2.การกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้าซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวม
3.การสร้างความชัดเจนของนโยบายในอนาคตว่ารัฐบาลต้องการให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมุ่งไปในทิศทางใด

Q: แล้วในส่วนของการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า(BEV) รัฐบาลควรมีแนวทางอย่างไรเพื่อให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก?

A: หากเป้าหมายคือการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางBEV เราต้องมองให้ครบวงจรตั้งแต่การทำให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดโลกเพื่อการส่งออกการสร้างสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้สูงไม่ว่าจะเป็นการผลิตแบตเตอรี่หรือการครอบครองเทคโนโลยีขั้นสูงเองในประเทศเพื่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศอย่างแท้จริง สรุปคือเราต้องศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนว่า" ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของประเทศไทยอยู่ตรงไหน" เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เติบโตไปในทิศทางที่ยั่งยืนและตอบโจทย์บริบทของประเทศมากที่สุด

DSC09462

สำหรับหลายคนรถยนต์ไม่ใช่แค่สิ่งอำนวยความสะดวก แต่คือการลงทุนระยะยาวที่ต้อง “คุ้ม” และ “มั่นใจได้” ในทุกวัน นั่นคือจุดที่ Toyota ยังคงแข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่เพราะมีรถที่ถูกที่สุดหรือใหม่ที่สุดแต่เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หลากหลาย แคมเปญที่เข้าถึงง่าย และภาพจำเรื่องความทนทานดูแลง่าย มีมูลค่าขายต่อที่ชัดเจน และนี่คือคำตอบเมื่อทางเลือกมีมากขึ้น คำถามจึงไม่ใช่ว่า “รถคันไหนใหม่ที่สุด” แต่คือ “รถคันไหนจะยังเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในอีกหลายปีข้างหน้า” และสำหรับใครหลายคนคำตอบนั้นยังคงเป็น Toyota

DSC09436


NEW-MAZDA-CX-30-EssentialPR-Banner743x2000pxSEP

S02ES901050x1000

2025-OCT-ADA-MX5-KV-1050x1000

81MAZDA6ePre-Register(DEC25)FB-Web-ConversionThematic1440x1440px

Banner2

AWSingha-Corp-Banner-1050x1000px

KMกิจกรรมตีกอล์ฟcopy

asasappakij-image11517355601772