บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี เจเนอเรชันใหม่เผยโฉมครั้งแรกของโลกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยวางตำแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเจเนอเรชันล่าสุดที่สะท้อนตัวตนบทใหม่ของแบรนด์ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตในประเทศไทย และเริ่มวางจำหน่ายในไทยเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 จากนั้นมีแผนเปิดตัวไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2525 ปาเจโรได้พลิกโฉมวงการรถยนต์ครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ด้วยการผสานสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดเข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง จนกลายเป็นหนึ่งในรุ่นรถยนต์ระดับตำนานที่ปลุกกระแสรถยนต์เพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ (RV) ในช่วงทศวรรษ 1990 โดยทั้ง 4 เจเนอเรชันที่ผ่านมา มียอดการผลิตรวมกว่า 3.29 ล้านคัน และครองใจผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก


สำหรับ “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” ได้สืบทอดแนวคิดของปาเจโรด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) จากสมรรถนะออฟโรด เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) และต่อยอดด้วย “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีตในแบบฉบับไอคอนิก รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Grand Charisma” ถ่ายทอดความแข็งแกร่งด้วยสัดส่วนตัวถังในแนวตั้งและเส้นสายแนวนอน ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้แบบญี่ปุ่น “เคนโด้” (Kendo) มีให้เลือก 2 รูปแบบกระจังหน้า ได้แก่ แบบซี่แนวนอนและแบบลายรังผึ้ง พร้อมไฟหน้ารูปทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังนำรายละเอียดซิกเนเจอร์อย่างเสา C ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของรุ่นแรก และโครงสร้างทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal Motif) บริเวณท้ายรถมาตีความใหม่ โดยมีสีไฮไลต์ตัวถัง ได้แก่ สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armor Copper) และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue)


ภายในห้องโดยสารออกแบบเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีน้ำตาลคาเมลตัดกับสีดำ แผงคอนโซลหน้าติดตั้งแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจอ พร้อมหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) แสดงข้อมูลการขับขี่ เช่น ระดับความสูง ทิศทาง อุณหภูมิ ความชัน และสถานะระบบ AYC ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงพร้อมเทคนิคหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) และตกแต่งตะเข็บรูปตัว S บนแผงประตู อีกทั้งยังยกระดับความเงียบด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) บริเวณกระจกบังลมหน้าและประตูทั้งบานหน้าและบานหลัง รวมถึงเพิ่มวัสดุลดเสียงรบกวนรอบตัวถัง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่ง เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ระบบ MITSUBISHI CONNECT และกล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ พร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า


ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด บนโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งสูง เสริมด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้นและระบบกันสะเทือนหลังแบบคานแข็ง 5-Link ตัวรถมีระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มิลลิเมตร พร้อมมุมไต่ 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่มีโหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ (2H, 4H, 4HLc, 4LLc) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASTC) และระบบเบรก ABS พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 7 รูปแบบ (Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand, Rock)

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ติดตั้งระบบความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น ระบบ FCM, PFCW, EAPM, FCTA และการติดตั้งระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (ELA) เป็นครั้งแรก รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวง MI-PILOT (ทำงานร่วมกับ ACC และ LKA) พร้อมติดตั้งถุงลม 8 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรก







FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



