บริษัทฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในฐานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในเครือข่ายระดับโลกด้วยการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย รถ EV ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉพาะตัวตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary ธรรมดา...ไม่มีที่ยืน” โดยเปิดตัวด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท พร้อมเซอร์ไพรส์ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 1.399 ล้านบาท จำกัดเฉพาะ 400 คันแรก
นายเจกิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า รถรุ่นนี้เป็นการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและความสะดวกสบายของ IONIQ 5มาผสมผสานกับดีไซน์เร้าใจจากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าไทยที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใครการประกอบในประเทศครั้งนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2ต่อจากเกาหลีใต้ที่ได้ประกอบรุ่น N Line โดยผ่านการดำเนินงานของฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) หรือ HMMT ซึ่งใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติจากประเทศเกาหลีใต้เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกับฮุนไดทั่วโลก


The new 2026 IONIQ 5 N Line พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ(E-GMP)มาพร้อมสเปกและเทคโนโลยีการขับเคลื่อนระดับสูงดังนี้ แบตเตอรี่ความจุใหญ่ขึ้นด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ionความจุ 84 kWh (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่มีความจุ 72 kWh) มีแรงดัน 697 โวลต์สามารถซ่อมบำรุงแยกเป็นรายโมดูลได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ระยะทางวิ่งไกลขับขี่ได้สูงสุด 591 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มตามมาตรฐาน NEDC (หรือ 530 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP) เทคโนโลยีแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็ว Ultra-Fast Charge (DC) สูงสุด350 kW สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที การชาร์จไฟบ้าน(AC) รองรับสูงสุด10.5 kW ชาร์จจาก 10% ถึง 100% ใช้เวลาประมาณ7 ชั่วโมง 35 นาที ระบบ V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและคล่องตัว
ตัวรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า PermanentMagnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุดที่185 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPhersonStrut และด้านหลังแบบ Multi-link พร้อมระบบ Damping Control System แบบ High Performance ผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ผ่านPaddleShifters หลังพวงมาลัย


ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่นNLine, สเกิร์ตข้าง, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย, และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate ภายในห้องโดยสารกว้างขวางด้วยระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ตกแต่งสไตล์สปอร์ตด้วยพวงมาลัยโลโก้ N เย็บด้ายสีแดง และเบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N โดยเบาะผู้ขับขี่เป็นแบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขาพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 520 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,580 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง


The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรถยนต์รุ่นแรกในไทยที่ติดตั้งเทคโนโลยี Hyundai Bluelink Connected Car Services ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมและสื่อสารกับรถผ่านสมาร์ตโฟนได้ เช่นการเช็กสถานะรถ, สั่งล็อก-ปลดล็อกรถ, เปิดแอร์ล่วงหน้า, และค้นหาตำแหน่งรถภายในติดตั้งหน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว (หน้าจอขับขี่และหน้าจอสัมผัสความบันเทิง)รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเสียงพรีเมียม BOSE พร้อม External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่งรวมถึงรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA (โดยระบบBluelinkและ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรก) ความปลอดภัยอัจฉริยะHyundaiSmartSense 17ระบบมั่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัย(ADAS)จัดเต็ม อาทิระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop and Go, ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ(รวมถึงบริเวณทางแยก), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน, กล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor), และระบบเตือนจุดอับสายตาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบจำลองเสียง VESS เพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน

The new 2026 IONIQ 5 N Line มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Midnight Black Pearl, สีขาว Optic White และสีเทา Titan Gray Metallic
ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท (จากราคาปกติ 1.699 ล้านบาท) จำกัดเพียง 400 คันแรก
สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่29 มิถุนายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับข้อเสนอพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ย 1.79%, ฟรีประกันภัยชั้น 1, ฟรี Home Charger พร้อมค่าแรงติดตั้ง, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ150,000 กม. และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม. ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถจริงได้ที่IONIQLab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ





FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



