สัญลักษณ์บนแก้มยางบอกอะไรบ้าง
สังเกตได้ว่ายางรถยนต์ที่เราใช้กันนั้นนอกจากยี่ห้อยังมีชุดตัวเลขบอกค่าต่าง ๆ เต็มไปหมด ไม่ว่ารถยนต์ของคุณจะหรูหราราคาแพงสักแค่ไหนหรือจะมีพลังเครื่องยนต์มากสักเพียงใดก็จะมีเพียงแค่ยาง 4 เส้นเท่านั้นที่สัมผัสอยู่กับพื้นถนน ดังนั้นการเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงการอ่านค่าตัวเลขบนแก้มยางกันยางรถยนต์ทุกเส้นจะมีตัวเลขและตัวอักษรระบุอยู่ที่ "แก้มยาง" ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับขนาด ความสามารถในการรับน้ำหนักความเร็ว และลักษณะการใช้งาน หากเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านี้ก็จะสามารถเลือกยางได้เหมาะสมกับรถและลักษณะการขับขี่มากขึ้น เรามาดูวิธีอ่านตัวเลขบนแก้มยางรถยนต์ว่าแต่ละรหัสมีความหมายอย่างไรบ้าง?
ความกว้างของหน้ายาง คือ ความกว้างของยางจากผนังด้านในถึงผนังด้านนอกวัดจากบริเวณหน้ายางจากซ้ายไปขวา มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร เช่น ยางขนาด 215/70 R15 แสดงว่ายางเส้นนี้มีความกว้างของ หน้ายาง 215 มิลลิเมตร
ความสูงของแก้มยาง/ ซีรี่ย์ยาง คือ อัตราส่วนระหว่างความสูงของแก้มยางต่อความกว้างของยางมีหน่วยเป็น % หากต้องการทราบความสูงจริงของแก้มยาง สามารถคำนวณได้ดังนี้ความกว้างหน้ายาง X (ความสูงของแก้มยาง ÷100 ) = ความสูงจริงของแก้มยาง
ยกตัวอย่าง
ยางขนาด 215/70 R15จากตัวอย่าง ยาวหน้ากว้าง 215 มิลลิเมตรและมีความสูง 70% ของความกว้างหน้ายาง คำนวณโดย 215x(70% ÷ 100 ) = 150.5 มิลลิเมตร
โครงสร้างของยางรถยนต์
หลังจากตัวเลขความกว้างของหน้ายางและความสูงของแก้มยางแล้วจะมีตัวอักษรบ่งบอกถึงประเภทของโครงสร้างภายในที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของยางส่วนใหญ่มักจะเป็นสัญลักษณ์ R - Radial ยางเรเดียลเป็นยางที่มีโครงสร้างประกอบไปด้วยชั้นผ้าใบและแถบเส้นใยเหล็กเสริมหน้ายางอีกชั้นทำให้ยางเรเดียลมีความยืดหยุ่นสูงกว่ายางธรรมดา
เส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อ คือ ขนาดล้อที่ยางสามารถครอบได้ ต้องเลือกให้พอดีกับล้อแม็กของรถจะมีหน่วยวัดเป็นนิ้ว

ดัชนีการรับน้ำหนัก คือ ความสามารถในการรองรับน้ำหนักที่ยาง 1 เส้นสามารถรองรับได้ หน่วยเป็น กิโลกรัม เรียกว่า “ดัชนีการรับน้ำหนัก” ซึ่งตัวเลขแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีรับน้ำหนักของยางแต่ละเส้น เริ่มต้นที่ 80 ถึง 112 ซึ่งตัวเลขแสดงถึงความสามารถรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 450 ถึง 1,120 กิโลกรัม

ดัชนีระบุความเร็วของยาง คือ ค่าความเร็วสูงสุดที่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยซึ่งยางได้รับการรองรับให้บรรทุกน้ำหนักภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่นดัชนีระบุความเร็วยางเท่ากับ W หมายถึงสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งยางที่มีดัชนีความเร็วสูงย่อมมีสมรรถนะในการยึดเกาะถนนได้ดีการเปลี่ยนยางทดแทนควรใช้ยางที่มีดัชนีระบุความเร็วยางเช่นเดิมหรือสูงกว่าเดิมเพื่อรักษามาตรฐานความเร็วของรถยนต์ตัวอักษรตัวสุดท้ายนั้นเป็นตัวระบุค่าความเร็วสูงสุดของยางแต่ละเส้น
โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้
- L ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- M ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- N ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- Q ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- R ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- S ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- T ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- U ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- H ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- V ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- Z ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240+ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- W ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- Y ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่ความเร็วในที่นี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสเปกของรถแต่ละคันที่กำหนดไว้เช่นกัน ซึ่งขนาดของยางนั้นก็จะมีระบุความเร็วของแต่ละขนาดไว้ด้วย
ข้อมูลอื่นที่มักอยู่บนแก้มยาง
•DOT XXXX – หมายเลขมาตรฐานจากกรมขนส่งของสหรัฐฯ
• สัปดาห์และปีที่ผลิต – เช่น “2523” = ผลิตสัปดาห์ที่25 ปี 2023
• Tubeless– ยางแบบไม่มียางใน
• Treadwear /Traction / Temperature – ค่าความทนทาน, การยึดเกาะ,และการทนความร้อน
สรุป
การเข้าใจตัวเลขบนยางไม่เพียงช่วยให้เลือกยางได้ถูกต้องแต่ยังช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและประหยัดอีกด้วย หากคุณต้องเปลี่ยนยางใหม่อย่าลืมสังเกตค่าบนแก้มยางให้ละเอียดก่อนซื้อทุกครั้งครับ