Toyota Hilux ถือเป็นชื่อที่อยู่คู่ตลาดรถกระบะมายาวนาน ด้วยภาพลักษณ์ความอึด ถึก ทนและใช้งานได้จริงในทุกสภาพเส้นทาง ล่าสุด Toyota ได้นำแนวคิดพลังงานไฟฟ้ามาผสานเข้ากับรถกระบะในชื่อ Toyota Hilux Travo e ซึ่งเป็นรถกระบะไฟฟ้า100% รุ่นแรกของค่ายที่วางจำหน่ายจริง แต่ยังคง DNA ความแข็งแกร่งแบบ Hilux ไว้ครบถ้วน ในราคาเริ่มต้นที่ 1,491,000 บาท หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นานก็ถึงเวลาที่เราจะได้ลองขับเจ้ากระบะไฟฟ้าคันนี้กันแล้ว

ดีไซน์ภายนอก Toyota Hilux Travo e ยังคงโครงสร้างพื้นฐานของHilux รุ่นปกติ แต่ปรับรายละเอียดให้ดูทันสมัยขึ้นในสไตล์รถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าทึบ ลดช่องรับอากาศตามแบบฉบับรถ EV เส้นสายตัวถังแข็งแกร่งสื่อถึงความเป็นรถกระบะสายลุย ไฟหน้าและไฟท้ายแบบLED ให้ภาพลักษณ์ทันสมัย โครงสร้างตัวรถถูกออกแบบให้รองรับงานบรรทุกและการใช้งานหนักระยะใต้ท้องรถยังคงสูง รองรับการใช้งานออฟโรด
Toyota Hilux Travo e มาพร้อมระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เน้นการขับเคลื่อน 4 ล้อ(AWD) ด้วยมอเตอร์คู่ ให้กำลัง 196 แรงม้าแบตเตอรี่ 59.2 kWh วิ่งได้ 315 กม.(NEDC) มาพร้อมเทคโนโลยี Dynamic Cloud เพื่อการทรงตัวและนุ่มนวล แรงบิดมาเต็มตั้งแต่รอบแรกตามลักษณะของรถไฟฟ้า มอเตอร์หน้า 112 แรงม้า 206 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 176 แรงม้า 269 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จไฟ AC และDC ชาร์จ DC Fast Charging จาก 20-80% ภายในเวลา 30 นาที จุดสำคัญคือการวางแบตเตอรี่ในตำแหน่งที่เหมาะสมช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มความมั่นคงขณะขับขี่

การทดลองขับในครั้งนี้ ราจะได้ทดสอบการใช้งานในเส้นทางสมบุกสมบันการลุยออฟโรด และการขับผ่านเส้นทางน้ำลึก เพื่อพิสูจน์ว่า “กระบะไฟฟ้า” ก็สามารถลุยงานหนักได้ไม่แพ้เครื่องยนต์สันดาป โดยเมื่อนำ Hilux Travo e ลงสู่เส้นทางออฟโรดจริง จุดที่สัมผัสได้ชัดเจนคือแรงบิดที่มาแบบทันทีจากมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยให้การไต่ทางชันหรือผ่านอุปสรรคทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอรอบเครื่อง ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) และระบบ Multi-Terrain Select ที่ช่วยให้ขับได้มั่นใจบนเส้นทางต่าง ๆ ทั้งลุยดิน ทราย โคลน ก็สามารถทำได้ง่าย มีการควบคุมคันเร่งได้ละเอียด ช่วงล่างซับแรงสะเทือนได้ดีให้ความมั่นใจในเส้นทางขรุขระ มีอัตราเร่งและระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำรวมถึงในเรื่องความเงียบของห้องโดยสารที่ทำออกมาได้ดี

นอกจากนี้ อีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ คือการขับผ่านเส้นทางน้ำลึก Toyota Hilux Travo e ก็ลุยได้สบาย ด้วยตัวรถถูกออกแบบให้มีระบบป้องกันน้ำสำหรับแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างรัดกุมตัวรถสามารถขับผ่านน้ำลึกได้อย่างมั่นใจ ไม่มีอาการสะดุดหรือการทำงานผิดปกติของระบบไฟฟ้ารวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครันการควบคุมยังทำได้แม่นยำ แม้ในเส้นทางลื่น แต่ฟีลลิ่งการลุยยังคงความเป็นกระบะสายงานอย่างชัดเจน


สรุปโดยรวม : Toyota Hilux Travo e เป็นรถกระบะไฟฟ้าไม่ได้มีดีแค่ความประหยัดแต่ยังสามารถ “ลุยจริง ใช้งานจริง” ได้ตามแบบฉบับของ Hilux มีอัตราเร่งและระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำรวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครันและการป้องกันแบตเตอรี่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของโตโยต้า และที่สำคัญยังมีบริการหลังการขายและการซ่อมบำรุงที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม Travo e น่าจะเป็นรถที่เหมาะสมกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ใช้งานได้ดีทั้งในเมืองและทางทุรกันดารเบา ๆ ลุยออฟโรดได้ อาจจะยังไม่เหมาะกับงานสุดโหดแบบบรรทุกหนัก หรือสายลุยหนักทางไกลต่อเนื่องมาก ๆ ถ้าต้องเดินทางไกลเกิน 300 กม. ทุกวัน คงต้องวางแผนเรื่องการชาร์จล่วงหน้าเพราะระยะวิ่งต่อชาร์จยังสั้นกว่าเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป





FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



