ถ้าพูดถึงคอมแพกต์เอสยูวีที่ใช่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองขับคล่องตัว Nissan Kicks e-POWER อาจจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง หลังจากได้กดปุ่มสตาร์ทแล้วเคลื่อนตัวออกไปคือ “ความเงียบและพุ่ง” อารมณ์เหมือนกำลังขับรถยนต์ไฟฟ้า 100% เลยครับจุดเด่นที่สุดของรถคันนี้คืออัตราเร่งที่มาไวทันใจตามเท้าสั่งและการประหยัดน้ำมันในเมืองที่ทำได้น่าประทับใจแต่จุดที่ยังต้องปรับปรุงคือวัสดุภายในบางจุดที่ยังเป็นพลาสติกแข็งและพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่อาจจะเล็กไปหน่อยสำหรับสายแบก รถคันนี้จึงเหมาะมากกับคนที่อยากได้ฟีลการขับขี่แบบรถไฟฟ้าแต่อาศัยอยู่คอนโดหรือยังไม่พร้อมที่จะวางแผนหาตู้ชาร์จไฟนอกบ้าน


ดีไซน์ภายนอกมาในสไตล์คอมแพกต์เอสยูวีที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย กระจังหน้า V-Motion ขนาดใหญ่สีดำเงาตัดกับไฟหน้าอLED ทรงเรียวยาวด้านท้ายลาดเทให้ความรู้สึกสปอร์ต ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายออกแบบคอนโซลหน้าให้ดูสะอาดตา เบาะนั่งทรง Zero Gravity นุ่มสบายลดความเมื่อยล้าได้ดีหน้าจอมาตรวัดความเร็วเป็นแบบกึ่งดิจิทัลขนาด 7 นิ้วและมีคันเกียร์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำสมัยที่ใช้งานง่าย


ขุมพลัง e-POWER คือพระเอกของคันนี้ระบบทำงานโดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบขนาด 1.2 ลิตร ทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ปั่นกระแสไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจากนั้นจึงส่งพลังงานไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อ พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร จากการทดลองขับจริงอัตราเร่งช่วงออกตัวและเร่งแซงทำได้ติดเท้ามาก ไม่ต้องรอรอบการเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดี พวงมาลัยคม ช่วงล่างเซ็ตมาออกแนวเฟิร์ม กระชับสาดโค้งได้อย่างมั่นใจ แถมยังมีโหมด One-Paddle Step ที่ช่วยให้เราเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียวเพิ่มความสะดวกในเมืองได้เยอะมาก

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยNissan คันนี้จัดเต็มด้วยระบบ 360 Safety Shield ทั้งระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน และกล้องมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่ช่วยให้การถอยจอดในที่แคบเป็นเรื่องง่ายส่วนระบบความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ลำโพงให้คุณภาพเสียงคมชัดฟังเพลงได้เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง


บทสรุปจากการลองขับ
Nissan Kicks e-POWER ถือว่าเป็นรถที่คุ้มราคามาก ๆ หากคุณมองหาความสนุกในการขับขี่แบบรถไฟฟ้า ขับง่าย คล่องตัว และประหยัดน้ำมันระดับ 20-22 กม./ลิตร ในเมือง ด้วยการผสมผสานความแรงและเงียบแบบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ากับความสะดวกสบายของรถน้ำมัน โดยใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อส่งต่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อ ตอบโจทย์คนเมืองที่อยากได้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่สนุก เร่งติดเท้า แต่ยังไม่พร้อมปรับตัวเข้าหากระแสไฟฟ้าแบบ 100% ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จไฟ คันนี้ตอบโจทย์และคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์แน่นอนครับ...





FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z1401537460611.webp)



