GWM ORA 5 และ TANK 300 คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Torino Automotive Design Award 2026

GWM ได้รับการยอมรับบนเวทีสากลด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่จาก Torino Automotive Design Award 2026 (TADA) ณ งาน Salone Auto Torino 2026 ประเทศอิตาลี โดย GWM ORA 5 ได้รับรางวัลการออกแบบห้องโดยสารยอดเยี่ยม (Best Interior Design) ในกลุ่มรถยนต์ครอบครัว (Family Car) และ TANK 300 ได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยียอดเยี่ยม (Best Technological Innovation Award) ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม (Premium Car)

รางวัล Torino Automotive Design Award (TADA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2568 โดย Salone Auto Torino เพื่อยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบและนวัตกรรมยานยนต์จากแบรนด์จีนที่ทำตลาดหรือกำลังเข้าสู่ตลาดยุโรป สำหรับการตัดสินในปี 2569 มีรถยนต์ เข้าร่วมประเมิน 87 รุ่น จาก 46 แบรนด์ ครอบคลุม 3 ประเภทหลัก ได้แก่ กลุ่มรถยนต์ใช้งานในเมือง (City Car), กลุ่มรถยนต์ครอบครัว (Family Car) และกลุ่มรถยนต์พรีเมียม (Premium Car) โดยพิจารณาจาก 3 มิติ ได้แก่ การออกแบบภายนอก การออกแบบภายใน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ตัดสินอย่างเข้มงวดโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนจากสื่อยานยนต์ชั้นนำของอิตาลี 10 สำนัก
นายจูเซปเป โลวาสซิโอ (Giuseppe Lovascio) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ GWM Italia เผยว่า การได้รับ 2 รางวัลใหญ่จากผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของอิตาลีหลังเปิดตัวและเริ่มดำเนินธุรกิจในอิตาลีเพียง 2 เดือน เป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในยุโรปอย่างแท้จริง สะท้อนถึงจุดเด่นหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอิตาลี ทั้งการออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และความคุ้มค่าในการใช้งาน

สำหรับ GWM ORA 5 ได้รับรางวัล Best Interior Design ในกลุ่ม Family Car จากแนวคิดการออกแบบห้องโดยสาร “Triple Moments of Time” ที่เน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย ยืดหยุ่น และตอบสนองการใช้งานจริงในทุกช่วงเวลา กระจกบานใหญ่รอบคันช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง เบาะนั่งตามหลักสรีรศาสตร์ ไฟ Ambient Light พื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่หลากหลาย พร้อมหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ที่เชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อ
ส่วน TANK 300 ได้รับรางวัล Best Technological Innovation Award ในประเภท Premium Car จากเทคโนโลยีไฮบริดออฟโรดขั้นสูง Hi4-T ซึ่งผสานพลังงานไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ออฟโรด มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และระบบส่งกำลังไฮบริด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Non-Decoupled Four-Wheel Drive Architecture มีจุดเด่นด้านการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรงผ่านระบบกลไก (Direct Mechanical Drive) ช่วยรักษาความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ระดับแบตเตอรี่ต่ำ ร่วมกับโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ระบบ Transfer Case แบบ 2 สปีด ระบบล็อกเฟืองขับ และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนการยอมรับในระดับสากลและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดยุโรป แต่ยังแสดงถึงการลงทุนอย่างไม่หยุดยั้งด้านการออกแบบ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีของ GWM โดย GWM (Thailand) พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ในทุกมิติ





FB-Web-ConversionThematic1440x1440pxz-z527525461232.webp)



